ร้านอาหารควรจดทะเบียน VAT ไหม และเมื่อไหร่ที่ไม่ใช่ทางเลือกแล้ว

ไม่เจ๊ง · ปรับปรุงล่าสุด 21 สิงหาคม 2569

แมวเชฟยืนที่เคาน์เตอร์ข้างเครื่องคิดเงินที่มีใบเสร็จม้วนยาวไหลออกมาพาดขอบเคาน์เตอร์ ข้าง ๆ มีกองเหรียญ โหลแก้วที่แยกเหรียญส่วนหนึ่งไว้ต่างหาก แฟ้มเอกสารและตรายาง

คำถามนี้ถูกถามผิดบ่อยกว่าที่คิด — เพราะเมื่อรายรับถึงเกณฑ์แล้ว มันไม่ใช่ทางเลือก ส่วนร้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็มักคิดว่าจดแล้วดูน่าเชื่อถือกว่า โดยไม่รู้ว่าร้านอาหารเป็นธุรกิจที่เครดิตภาษีซื้อกลับได้น้อยเป็นพิเศษ บทความนี้อธิบายว่าเงินเดินยังไงทั้งสองแบบ ด้วยตัวเลขจากสูตรชุดเดียวกับเครื่องคิดราคาของเว็บนี้

บทความนี้อธิบายกลไก ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี — ตัวเลขเกณฑ์และอัตราภาษีเป็นข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ซึ่งแก้ไขได้ตามกฎหมาย และแต่ละร้านมีเงื่อนไขต่างกัน กรุณาตรวจกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีของร้านก่อนตัดสินใจเสมอ

ถึงเกณฑ์เมื่อไหร่ = ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป

รายรับจากการขายเกิน 1,800,000 บาทต่อปีเมื่อไหร่ กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลขนี้ฟังดูไกลจนหลายร้านไม่เคยคิดถึง จนกระทั่งลองหารเป็นรายวัน:

  1. เกณฑ์ต่อปี

    1,800,000 ฿

  2. หาร 12 เดือน

    150,000 ฿ / เดือน

  3. หาร 30 วัน

    5,000 ฿ / วัน

ร้านที่ขายได้วันละ 5,000 บาททุกวันคือร้านที่ถึงเกณฑ์แล้ว — ร้านข้าวแกงหน้าออฟฟิศจำนวนมากอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้ตัว

คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “ควรจดไหม” แต่คือ “ร้านเราถึงเกณฑ์แล้วหรือยัง” — ทางเลือกมีเฉพาะร้านที่ยังไม่ถึงเท่านั้น

และ “รายรับ” หมายถึงยอดขายทั้งหมด ไม่ใช่กำไร ร้านที่กำไรบางแต่ยอดขายสูงจึงถึงเกณฑ์ได้ ทั้งที่เงินเหลือกลับบ้านไม่มาก

โหลแก้วใบสูงบนเคาน์เตอร์ มีเหรียญกองอยู่เกือบถึงเส้นชอล์กที่ขีดคาดไว้บนโหล แมวเชฟยืนบนเก้าอี้เตี้ยหยอดเหรียญของวันลงไปแล้วมองเส้นนั้นตาโต ส่วนร้านด้านหลังยังขายตามปกติ
เกณฑ์คิดจากยอดขายสะสมทั้งปี ไม่ใช่กำไร ร้านที่ขายได้ทุกวันจึงถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่คิด

ภาษีขายถูกดึงออกจากราคา ไม่ได้บวกเพิ่มข้างบน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าจด VAT แล้วต้องขึ้นราคาอีก 7%ความจริงคือราคาที่ติดป้ายถือว่ารวมภาษีอยู่แล้ว ภาษีขายจึงเป็น 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ 7%

เงินของร้าน
100.00 ฿93.46%
ภาษีขายที่ต้องนำส่ง — 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย
7.00 ฿6.54%
ป้าย 107 บาท เป็นเงินของร้าน 100 บาท ที่เหลือเป็นภาษีที่ร้านเก็บแทนสรรพากรแล้วนำส่งต่อ

จะขึ้นราคาชดเชยส่วนนี้ก็ทำได้ แต่นั่นเป็นการตัดสินใจเรื่องราคาไม่ใช่ข้อบังคับทางภาษี และเป็นคนละคำถามกับว่าตลาดแถวร้านยอมจ่ายเพิ่มหรือเปล่า — ซึ่งอยู่ในบท ตั้งราคาขายยังไงให้เหลือกำไร

ทำไมร้านอาหารเครดิตภาษีซื้อกลับได้น้อยเป็นพิเศษ

ธุรกิจที่จด VAT จะเอาภาษีที่จ่ายไปตอนซื้อของมาหักออกจากภาษีที่เก็บได้ตอนขาย ระบบนี้ทำงานได้ดีกับธุรกิจที่ซื้อของมาขายต่อ เพราะทุกบิลที่ซื้อมีภาษีซื้อเต็มจำนวน แต่ร้านอาหารเจอสองอย่างพร้อมกัน:

ผลคือฝั่งภาษีขายเต็มจำนวนทุกบาทที่ขายได้ แต่ฝั่งภาษีซื้อมีแค่บางรายการ — ค่าไฟ ค่าเช่าที่มีใบกำกับภาษี อุปกรณ์ครัว วัตถุดิบแปรรูปจากผู้ค้าที่จด VAT และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

ตลาดสดแบ่งเป็นสองแผง แผงซ้ายแม่ค้าแมวส่งถุงผักกับถาดหมูให้แมวเชฟโดยไม่มีเอกสารสักแผ่น แผงขวาผู้ค้าส่งกล่องของแปรรูปพร้อมยื่นกระดาษเปล่าหนึ่งแผ่นให้
อาหารสดไม่มีภาษีซื้อติดมาตั้งแต่ต้น และตลาดสดออกใบกำกับภาษีไม่ได้ ฝั่งที่เอามาเครดิตได้จึงเหลือน้อย
นี่คือเหตุผลที่ “จด VAT แล้วดูน่าเชื่อถือกว่า” เป็นเหตุผลที่แพงสำหรับร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่ซื้อของจากตลาดเป็นหลักและยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับ

เงินเดินต่างกันแค่ไหน

เทียบด้วยจานเดียวกันที่ราคา 250 บาท ตัวเลขนี้คือรายได้สุทธิก่อนหักต้นทุนอาหาร ไม่ใช่กำไร:

ขายหน้าร้าน · ร้านไม่จด VAT250.00 ฿ รายได้สุทธิ

ไม่มีภาษีขายให้นำส่ง

ขายหน้าร้าน · ร้านจด VAT233.64 ฿ รายได้สุทธิ

นำส่งภาษีขาย 16.36 ฿ · ไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต

ขายหน้าร้าน การจด VAT ทำให้เหลือน้อยลง 16.36 บาทต่อจาน เพราะไม่มีภาษีซื้อจากอาหารสดมาหักกลับ

บนแอปเดลิเวอรีเรื่องซับซ้อนขึ้น เพราะร้านที่จด VAT เอาภาษีบนค่า GP มาเครดิตได้ — ค่า GP จึงกินเนื้อเท่าเรตตามป้ายพอดี แต่ก็ยังต้องนำส่งภาษีขายจากราคาบนแอปอยู่ดี:

ขายบน GrabFood · ร้านไม่จด VAT169.75 ฿ รายได้สุทธิ

ค่า GP กินเนื้อจริง 32.1%

ขายบน GrabFood · ร้านจด VAT158.64 ฿ รายได้สุทธิ

ค่า GP กินเนื้อ 30% แต่มีภาษีขายต้องนำส่ง

บน GrabFood ร้านที่จด VAT ได้เครดิตภาษีซื้อจากค่า GP คืน 5.25 บาท แต่ต้องนำส่งภาษีขาย 16.36 บาท สุทธิแล้วยังเหลือน้อยกว่า
ตัวเลขที่ต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าจดแล้วขาดทุนเพิ่ม — ภาษีขายก้อนนั้นเป็นเงินของ สรรพากรที่ปนอยู่ในราคาตั้งแต่แรก ไม่เคยเป็นรายได้ของร้าน สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือเงินที่ร้านเก็บไว้ได้จากราคาเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ร้านที่จด VAT มักทบทวนราคาไปพร้อมกัน

ตั้งค่าในแอปให้ตรงกับสถานะจริงของร้าน

เครื่องคิดราคาของเว็บนี้คิดสองแบบไม่เหมือนกัน และตั้งผิดจะได้ราคาที่ผิดทุกเมนู — สวิตช์อยู่ที่ หน้าตั้งค่า ตั้งครั้งเดียวใช้ทั้งร้าน

รายละเอียดฝั่งค่า GP อยู่ในบท ค่า GP คืออะไร ซึ่งอธิบายว่าทำไมเรตตามป้ายกับเรตที่กินเนื้อจริงถึงไม่เท่ากันสำหรับร้านที่ไม่ได้จดทะเบียน

สรุปสามข้อ

คำถามที่เจอบ่อย

ร้านอาหารต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไหร่
เมื่อรายรับจากการขายเกิน 1,800,000 บาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน ไม่ใช่ทางเลือก คิดกลับเป็นยอดขายคือราว 150,000 บาทต่อเดือน หรือ 5,000 บาทต่อวันถ้าเปิด 30 วัน (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีอีกครั้งเพราะกฎหมายเปลี่ยนได้)
จด VAT แล้วต้องขึ้นราคาอาหาร 7% เลยไหม
ไม่จำเป็น และร้านส่วนใหญ่ไม่ทำ ราคาที่ติดป้ายถือว่ารวมภาษีอยู่แล้ว ภาษีขายจึงเป็น 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่บวกเพิ่มอีก 7% ข้างบน ป้าย 107 บาทแปลว่าเป็นเงินของร้าน 100 บาทและเป็นภาษีที่ต้องนำส่ง 7.00 บาท ถ้าจะขึ้นราคาชดเชยก็เป็นการตัดสินใจเรื่องราคา ไม่ใช่ข้อบังคับทางภาษี
ทำไมร้านอาหารเครดิตภาษีซื้อได้น้อยกว่าธุรกิจอื่น
เพราะวัตถุดิบหลักของร้านอาหารคืออาหารสด ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว และส่วนใหญ่ซื้อจากตลาดที่ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ จึงไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต ต่างจากธุรกิจที่ซื้อสินค้ามาขายต่อซึ่งมีภาษีซื้อเต็มจำนวนของทุกบิล ของที่ร้านอาหารเครดิตได้จริงมักเป็นค่าไฟ ค่าเช่าที่มีใบกำกับภาษี อุปกรณ์ครัว และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
ขายบนแอปเดลิเวอรีอยู่ การจด VAT ช่วยหรือทำให้แย่ลง
ช่วยเฉพาะฝั่งค่าธรรมเนียม เพราะ VAT ที่แพลตฟอร์มคิดบนค่า GP กลายเป็นภาษีซื้อที่เครดิตได้ ค่า GP จึงกินเนื้อเท่ากับเรตตามป้ายพอดีแทนที่จะเป็นเรตคูณ 1.07 แต่อีกฝั่งคือต้องนำส่งภาษีขายจากราคาที่ตั้งบนแอปด้วย ซึ่งมักมากกว่าที่เครดิตกลับมาได้ ตัวเลขสุทธิจึงขึ้นกับสัดส่วนยอดขายและบิลที่มีใบกำกับภาษีของร้านนั้น ๆ
จดแล้วยกเลิกทีหลังได้ไหม
การถอนทะเบียนทำได้ในบางกรณีแต่มีเงื่อนไขและไม่ใช่การกดยกเลิกง่าย ๆ อีกทั้งการจดทะเบียนมาพร้อมหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนและออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย ซึ่งเป็นภาระประจำที่ต้องมีคนทำจริง เรื่องนี้ควรคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ตัดสินจากตัวเลขภาษีอย่างเดียว

ลองกับเมนูของร้านคุณเอง

ใส่ต้นทุนต่อจานกับกำไรที่อยากได้ แล้วดูว่าต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เปิดเครื่องคิดราคาขาย