ร้านอาหารควรจดทะเบียน VAT ไหม และเมื่อไหร่ที่ไม่ใช่ทางเลือกแล้ว
ไม่เจ๊ง · ปรับปรุงล่าสุด 21 สิงหาคม 2569

คำถามนี้ถูกถามผิดบ่อยกว่าที่คิด — เพราะเมื่อรายรับถึงเกณฑ์แล้ว มันไม่ใช่ทางเลือก ส่วนร้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็มักคิดว่าจดแล้วดูน่าเชื่อถือกว่า โดยไม่รู้ว่าร้านอาหารเป็นธุรกิจที่เครดิตภาษีซื้อกลับได้น้อยเป็นพิเศษ บทความนี้อธิบายว่าเงินเดินยังไงทั้งสองแบบ ด้วยตัวเลขจากสูตรชุดเดียวกับเครื่องคิดราคาของเว็บนี้
ถึงเกณฑ์เมื่อไหร่ = ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
รายรับจากการขายเกิน 1,800,000 บาทต่อปีเมื่อไหร่ กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลขนี้ฟังดูไกลจนหลายร้านไม่เคยคิดถึง จนกระทั่งลองหารเป็นรายวัน:
เกณฑ์ต่อปี
1,800,000 ฿
หาร 12 เดือน
150,000 ฿ / เดือน
หาร 30 วัน
5,000 ฿ / วัน
คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “ควรจดไหม” แต่คือ “ร้านเราถึงเกณฑ์แล้วหรือยัง” — ทางเลือกมีเฉพาะร้านที่ยังไม่ถึงเท่านั้น
และ “รายรับ” หมายถึงยอดขายทั้งหมด ไม่ใช่กำไร ร้านที่กำไรบางแต่ยอดขายสูงจึงถึงเกณฑ์ได้ ทั้งที่เงินเหลือกลับบ้านไม่มาก

ภาษีขายถูกดึงออกจากราคา ไม่ได้บวกเพิ่มข้างบน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าจด VAT แล้วต้องขึ้นราคาอีก 7%ความจริงคือราคาที่ติดป้ายถือว่ารวมภาษีอยู่แล้ว ภาษีขายจึงเป็น 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ 7%
- เงินของร้าน
- 100.00 ฿93.46%
- ภาษีขายที่ต้องนำส่ง — 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย
- 7.00 ฿6.54%
จะขึ้นราคาชดเชยส่วนนี้ก็ทำได้ แต่นั่นเป็นการตัดสินใจเรื่องราคาไม่ใช่ข้อบังคับทางภาษี และเป็นคนละคำถามกับว่าตลาดแถวร้านยอมจ่ายเพิ่มหรือเปล่า — ซึ่งอยู่ในบท ตั้งราคาขายยังไงให้เหลือกำไร
ทำไมร้านอาหารเครดิตภาษีซื้อกลับได้น้อยเป็นพิเศษ
ธุรกิจที่จด VAT จะเอาภาษีที่จ่ายไปตอนซื้อของมาหักออกจากภาษีที่เก็บได้ตอนขาย ระบบนี้ทำงานได้ดีกับธุรกิจที่ซื้อของมาขายต่อ เพราะทุกบิลที่ซื้อมีภาษีซื้อเต็มจำนวน แต่ร้านอาหารเจอสองอย่างพร้อมกัน:
- อาหารสดได้รับยกเว้น VAT อยู่แล้ว — เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ที่ยังไม่แปรรูป ไม่มีภาษีซื้อติดมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีอะไรให้เครดิต
- ตลาดสดออกใบกำกับภาษีไม่ได้ — ต่อให้ของชิ้นนั้นมีภาษี ถ้าไม่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปก็เครดิตไม่ได้อยู่ดี
ผลคือฝั่งภาษีขายเต็มจำนวนทุกบาทที่ขายได้ แต่ฝั่งภาษีซื้อมีแค่บางรายการ — ค่าไฟ ค่าเช่าที่มีใบกำกับภาษี อุปกรณ์ครัว วัตถุดิบแปรรูปจากผู้ค้าที่จด VAT และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

เงินเดินต่างกันแค่ไหน
เทียบด้วยจานเดียวกันที่ราคา 250 บาท ตัวเลขนี้คือรายได้สุทธิก่อนหักต้นทุนอาหาร ไม่ใช่กำไร:
ไม่มีภาษีขายให้นำส่ง
นำส่งภาษีขาย 16.36 ฿ · ไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต
บนแอปเดลิเวอรีเรื่องซับซ้อนขึ้น เพราะร้านที่จด VAT เอาภาษีบนค่า GP มาเครดิตได้ — ค่า GP จึงกินเนื้อเท่าเรตตามป้ายพอดี แต่ก็ยังต้องนำส่งภาษีขายจากราคาบนแอปอยู่ดี:
ค่า GP กินเนื้อจริง 32.1%
ค่า GP กินเนื้อ 30% แต่มีภาษีขายต้องนำส่ง
ตั้งค่าในแอปให้ตรงกับสถานะจริงของร้าน
เครื่องคิดราคาของเว็บนี้คิดสองแบบไม่เหมือนกัน และตั้งผิดจะได้ราคาที่ผิดทุกเมนู — สวิตช์อยู่ที่ หน้าตั้งค่า ตั้งครั้งเดียวใช้ทั้งร้าน
- ร้านไม่จด VAT — VAT ที่แพลตฟอร์มคิดบนค่า GP เครดิตคืนไม่ได้ กลายเป็นต้นทุนจริง เรต GP ที่กินเนื้อจึงสูงกว่าเรตตามป้าย
- ร้านจด VAT — เครดิต VAT บนค่า GP ได้ แต่ต้องนำส่งภาษีขาย 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย
รายละเอียดฝั่งค่า GP อยู่ในบท ค่า GP คืออะไร ซึ่งอธิบายว่าทำไมเรตตามป้ายกับเรตที่กินเนื้อจริงถึงไม่เท่ากันสำหรับร้านที่ไม่ได้จดทะเบียน
สรุปสามข้อ
- เกินรายรับ 1,800,000 บาทต่อปี (ราว 5,000 บาทต่อวัน) คือหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางเลือก
- ภาษีขายคือ 6.54% ที่ถูกดึงออกจากราคาป้าย ไม่ใช่ 7% ที่บวกเพิ่มข้างบน
- ร้านอาหารเครดิตภาษีซื้อได้น้อยเพราะอาหารสดได้รับยกเว้นอยู่แล้ว — การจดโดยสมัครใจทั้งที่ยังไม่ถึงเกณฑ์จึงมักไม่คุ้ม
คำถามที่เจอบ่อย
- ร้านอาหารต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไหร่
- เมื่อรายรับจากการขายเกิน 1,800,000 บาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน ไม่ใช่ทางเลือก คิดกลับเป็นยอดขายคือราว 150,000 บาทต่อเดือน หรือ 5,000 บาทต่อวันถ้าเปิด 30 วัน (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีอีกครั้งเพราะกฎหมายเปลี่ยนได้)
- จด VAT แล้วต้องขึ้นราคาอาหาร 7% เลยไหม
- ไม่จำเป็น และร้านส่วนใหญ่ไม่ทำ ราคาที่ติดป้ายถือว่ารวมภาษีอยู่แล้ว ภาษีขายจึงเป็น 6.54% ของราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่บวกเพิ่มอีก 7% ข้างบน ป้าย 107 บาทแปลว่าเป็นเงินของร้าน 100 บาทและเป็นภาษีที่ต้องนำส่ง 7.00 บาท ถ้าจะขึ้นราคาชดเชยก็เป็นการตัดสินใจเรื่องราคา ไม่ใช่ข้อบังคับทางภาษี
- ทำไมร้านอาหารเครดิตภาษีซื้อได้น้อยกว่าธุรกิจอื่น
- เพราะวัตถุดิบหลักของร้านอาหารคืออาหารสด ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว และส่วนใหญ่ซื้อจากตลาดที่ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ จึงไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต ต่างจากธุรกิจที่ซื้อสินค้ามาขายต่อซึ่งมีภาษีซื้อเต็มจำนวนของทุกบิล ของที่ร้านอาหารเครดิตได้จริงมักเป็นค่าไฟ ค่าเช่าที่มีใบกำกับภาษี อุปกรณ์ครัว และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- ขายบนแอปเดลิเวอรีอยู่ การจด VAT ช่วยหรือทำให้แย่ลง
- ช่วยเฉพาะฝั่งค่าธรรมเนียม เพราะ VAT ที่แพลตฟอร์มคิดบนค่า GP กลายเป็นภาษีซื้อที่เครดิตได้ ค่า GP จึงกินเนื้อเท่ากับเรตตามป้ายพอดีแทนที่จะเป็นเรตคูณ 1.07 แต่อีกฝั่งคือต้องนำส่งภาษีขายจากราคาที่ตั้งบนแอปด้วย ซึ่งมักมากกว่าที่เครดิตกลับมาได้ ตัวเลขสุทธิจึงขึ้นกับสัดส่วนยอดขายและบิลที่มีใบกำกับภาษีของร้านนั้น ๆ
- จดแล้วยกเลิกทีหลังได้ไหม
- การถอนทะเบียนทำได้ในบางกรณีแต่มีเงื่อนไขและไม่ใช่การกดยกเลิกง่าย ๆ อีกทั้งการจดทะเบียนมาพร้อมหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนและออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย ซึ่งเป็นภาระประจำที่ต้องมีคนทำจริง เรื่องนี้ควรคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ตัดสินจากตัวเลขภาษีอย่างเดียว
ลองกับเมนูของร้านคุณเอง
ใส่ต้นทุนต่อจานกับกำไรที่อยากได้ แล้วดูว่าต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
เปิดเครื่องคิดราคาขาย