ต้นทุนอาหารคิดยังไง และควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย

ไม่เจ๊ง · ปรับปรุงล่าสุด 21 สิงหาคม 2569

จานกะเพราหมูไข่ดาวหนึ่งจานวางกลางโต๊ะ ล้อมด้วยถ้วยวัตถุดิบที่แยกเป็นส่วน ๆ และตาชั่งครัว โดยมีแมวเชฟมองอยู่

เจ้าของร้านเกือบทุกคนตอบได้ว่าจานนี้ขายเท่าไหร่ แต่ตอบไม่ได้ว่าจานนี้ทุนเท่าไหร่ ทั้งที่มันคือตัวเลขที่ตัดสินว่าขายทั้งวันแล้วเหลืออะไรกลับบ้าน บทความนี้คิดให้ดูทีละขั้นจากราคาที่ซื้อของมาจริง แล้วตอบคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด — food cost ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์

ต้นทุนต่อจานคืออะไร และไม่ใช่อะไร

ต้นทุนต่อจานคือ ค่าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่หมดไปกับจานนั้นจริง ๆ ขายเพิ่มอีกจานก็จ่ายเพิ่มอีกชุด ไม่ขายก็ไม่จ่าย

การเอาค่าเช่าไปหารใส่สูตรอาหารทำให้ตัวเลขดูละเอียดขึ้นแต่ใช้ตัดสินใจไม่ได้เลย — เพราะพอขายดีขึ้นต้นทุนต่อจานจะลดลงเองโดยที่วัตถุดิบไม่ได้ถูกลงสักบาท ค่าใช้จ่ายคงที่ต้องคิดแยกในแบบของมันเอง ซึ่งอยู่ในหัวข้อท้ายบทความ

แมวเชฟถือถาดที่มีอาหารหนึ่งจานกับกล่องถุงช้อนอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเบลอเป็นพัดลม หลอดไฟ มิเตอร์ไฟ และถังแก๊สของร้าน
ของที่หมดไปกับจานนั้นคือต้นทุนต่อจาน ส่วนของที่มีอยู่เท่าเดิมไม่ว่าจะขายกี่จานคิดแยกต่างหาก

คิดยังไง: จากแพ็กที่ซื้อมา → ต่อหน่วย → ต่อจาน

ไม่มีใครซื้อหมูมาทีละ 100 กรัม เราซื้อมาเป็นแพ็กแล้วใช้ทีละนิด การคิดต้นทุนจึงเริ่มจากคำถามเดียว: จ่ายไปเท่าไหร่ ได้ของมาเท่าไหร่ แล้วที่เหลือคือการหาร

ตัวอย่างข้างล่างเป็นกะเพราหมูสับหนึ่งจานพร้อมไข่ดาว ราคาวัตถุดิบเป็นราคาสมมติเพื่อใช้สอน ไม่ใช่ราคาตลาดของวันนี้ — ของร้านคุณให้ใส่ราคาที่จ่ายจริงเข้าไปแทน

วัตถุดิบซื้อมาต่อหน่วยใช้เป็นเงิน
หมูสับ150 ฿ / 1,000 กรัม0.1500 ฿100 กรัม15.00 ฿
ข้าวสาร45 ฿ / 1,000 กรัม0.0450 ฿80 กรัม3.60 ฿
ไข่ไก่130 ฿ / 30 ฟอง4.33 ฿1 ฟอง4.33 ฿
กระเทียมพริก30 ฿ / 200 กรัม (ใช้ได้ 90%)0.1667 ฿20 กรัม3.33 ฿
ใบกะเพรา15 ฿ / 100 กรัม (ใช้ได้ 70%)0.2143 ฿15 กรัม3.21 ฿
น้ำมันและเครื่องปรุง60 ฿ / 1,000 มล.0.0600 ฿20 มล.1.20 ฿
กล่อง ถุง ช้อนคิดต่อออร์เดอร์6.00 ฿
ต้นทุนรวมต่อจาน36.68 ฿

ต้นทุนวัตถุดิบ 30.68 บาท + บรรจุภัณฑ์ 6.00 บาท = 36.68 บาทต่อจาน

หมูสับ
15.00 ฿40.89%
ข้าวสาร
3.60 ฿9.81%
ไข่ไก่
4.33 ฿11.81%
กระเทียมพริก
3.33 ฿9.09%
ใบกะเพรา
3.21 ฿8.76%
น้ำมันและเครื่องปรุง
1.20 ฿3.27%
กล่อง ถุง ช้อน
6.00 ฿16.36%
ต้นทุน 36.68 บาทต่อจาน แยกเป็นอะไรบ้าง — ของชิ้นที่แพงที่สุดมักไม่ใช่ของที่เราคิดถึงก่อน

ถ้าสูตรของคุณทำครั้งเดียวได้หลายที่ เช่น แกงหนึ่งหม้อได้ 20 จาน ให้คิดต้นทุนทั้งหม้อแล้วหารด้วยจำนวนที่ตักขายได้จริง วิธีนี้แม่นกว่าการเดาว่าจานหนึ่งใช้อะไรเท่าไหร่ — และ “จำนวนที่ได้จริง” ต้องหักส่วนที่เหลือก้นหม้อแล้ว ไม่ใช่จำนวนตามทฤษฎี

ของที่ตัดทิ้งก็คือเงินที่จ่ายไปแล้ว

เราจ่ายเงินค่าของทั้งแพ็ก ไม่ได้จ่ายเฉพาะส่วนที่ได้ใช้ ผักที่เด็ดทิ้ง กระดูกที่เลาะออก หัวท้ายที่ตัดทิ้ง — ต้นทุนของส่วนที่เหลือต้องแบกส่วนนั้นไว้ด้วย ไม่งั้นต้นทุนที่คิดได้จะต่ำกว่าความจริงทุกจาน

จากตัวอย่างข้างบน ใบกะเพรา ซื้อมา 15 บาทได้ 100 กรัม แต่เด็ดใบแล้วใช้ได้จริง 70%:

คิดแบบไม่สนของที่ทิ้ง2.25 ฿

ต่ำกว่าความจริง

คิดรวมส่วนที่เด็ดทิ้ง (ใช้ได้ 70%)3.21 ฿

ต้นทุนจริง

ใบกะเพราบรรทัดเดียวต่างกัน 0.96 บาท เพราะส่วนที่เด็ดทิ้งต้องถูกเฉลี่ยกลับเข้ามา

ต่างกันไม่กี่สตางค์ในจานเดียว แต่ของแบบนี้มีทุกวัตถุดิบและทุกเมนู และมันมักเป็นทั้งหมดของช่องว่างระหว่าง “กำไรที่คิดไว้” กับ “เงินที่เหลือจริงตอนสิ้นเดือน”

แล้ว food cost ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์

food cost คือต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย จานตัวอย่างนี้ทุนวัตถุดิบ 30.68 บาท ถ้าขาย 60 บาทก็คือ 51.13%

ตำราร้านอาหารมักบอกว่าควรอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่า ซึ่งถ้ายึดตัวเลขนั้นจริง จานนี้ต้องขาย 88 บาท — และคำถามที่แท้จริงคือ ตลาดแถวร้านคุณจ่ายราคานั้นไหม

เปอร์เซ็นต์ไม่ได้จ่ายค่าเช่า กำไรเป็นบาทคูณจำนวนจานต่างหากที่จ่าย

ตัวเลข 35 เปอร์เซ็นต์มาจากร้านนั่งทานที่มีค่าเช่าทำเลดีและมีพนักงานหลายคน ร้านข้างทางที่ค่าเช่าถูกและเจ้าของทำเองมักอยู่สูงกว่านั้นและยังอยู่ได้สบาย ในทางกลับกัน ร้านที่ food cost ต่ำมากแต่ขายได้วันละสิบจานก็ปิดตัวได้เหมือนกัน ใช้เปอร์เซ็นต์เป็นสัญญาณเตือนว่า “เมนูนี้ผิดปกติเมื่อเทียบกับเมนูอื่นในร้านเดียวกัน” จะมีประโยชน์กว่า การไล่ให้ทุกเมนูลงมาแตะเลขวิเศษตัวเดียว

สามอย่างที่คนลืมนับเกือบทุกครั้ง

แมวเชฟมองกองบรรจุภัณฑ์ที่สูงเกินคาด ทั้งกล่อง ฝา ช้อน ถุง ยางรัด และถ้วยน้ำจิ้มจำนวนมาก โดยมีอาหารจานเล็ก ๆ วางอยู่ข้าง ๆ
กล่อง ถุง ช้อน ยางรัด และของแถมที่ให้ทุกกล่อง คือต้นทุนที่คนลืมนับบ่อยที่สุด

แล้วค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟ ไปอยู่ตรงไหน

ค่าใช้จ่ายคงที่ไม่ได้หายไป แต่คิดคนละแบบ: รวมค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งเดือน แล้วหารด้วยจำนวนออร์เดอร์ที่ขายได้ต่อเดือน จะได้ว่าหนึ่งออร์เดอร์ต้องแบกค่าใช้จ่ายคงที่กี่บาท แล้วค่อยเอาไปหักจากกำไรต่อจาน

วิธีนี้ตอบคำถามที่เปอร์เซ็นต์ตอบไม่ได้ เช่น “ขายวันละกี่จานถึงจะคุ้มค่าเช่า” และมันเปลี่ยนตามยอดขายเสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่ควรไปฝังอยู่ในสูตรอาหาร

ในแอปนี้ค่าใช้จ่ายคงที่กับจำนวนออร์เดอร์ต่อเดือนตั้งอยู่ที่ หน้าตั้งค่า แล้วมันจะถูกเฉลี่ยลงทุกจานให้เอง ส่วนราคาวัตถุดิบอยู่ที่ คลังวัตถุดิบ — แก้ราคาที่นั่นครั้งเดียว ต้นทุนของทุกเมนูที่ใช้ของชิ้นนั้นขยับตามเองทั้งหมด

สรุปสามข้อ

คำถามที่เจอบ่อย

ต้นทุนอาหารรวมค่าเช่ากับค่าแรงด้วยไหม
ไม่รวม ต้นทุนต่อจานคือค่าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ไปกับจานนั้นจริง ๆ ส่วนค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟ เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ของร้านที่เกิดขึ้นเท่าเดิมไม่ว่าจะขายได้กี่จาน จึงต้องเฉลี่ยต่อออร์เดอร์แยกต่างหาก ไม่ใช่บวกเข้าไปในสูตรอาหาร
food cost ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์
ตำราร้านอาหารมักบอก 35 เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่า แต่ตัวเลขนั้นมาจากร้านนั่งทานที่มีค่าเช่าและค่าแรงสูง ร้านข้างทางหรือร้านที่ขายเร็วจำนวนมากมักอยู่สูงกว่านั้นและยังอยู่ได้ สิ่งที่ตัดสินว่าร้านรอดไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ แต่คือกำไรเป็นบาทต่อจาน คูณจำนวนจานที่ขายได้จริงต่อวัน ว่าพอจ่ายค่าใช้จ่ายคงที่ของเดือนนั้นหรือไม่
ทำไมต้องคิดส่วนที่ตัดทิ้งด้วย
เพราะเงินจ่ายไปกับของทั้งแพ็ก ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่ได้ใช้ ซื้อผักมาแล้วเด็ดทิ้งไปส่วนหนึ่ง ต้นทุนของส่วนที่เหลือต้องแบกส่วนที่ทิ้งไปด้วย ตัวอย่างในบทความนี้ ใบกะเพราที่ใช้ได้จริง 70% ทำให้ต้นทุนต่อจานขยับจาก 2.25 บาทเป็น 3.21 บาท
วัตถุดิบขึ้นราคาบ่อย ต้องมานั่งคิดใหม่ทุกครั้งไหม
ไม่ต้อง ถ้าเก็บราคาวัตถุดิบไว้ที่เดียวแล้วให้สูตรอ้างถึงมัน พอแก้ราคาหมูที่คลังวัตถุดิบครั้งเดียว ต้นทุนของทุกเมนูที่ใช้หมูจะขยับตามเองทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำจริง ๆ คือจดราคาที่ซื้อมาให้เป็นนิสัย ไม่ใช่มานั่งคำนวณใหม่
ควรคิดต้นทุนต่อจานหรือต่อหม้อ
คิดต่อหม้อแล้วหารจำนวนที่ได้ ซึ่งแม่นกว่าการเดาว่าจานหนึ่งใช้อะไรเท่าไหร่ โดยเฉพาะแกงหรือน้ำซุปที่ตักแบ่งเอา สิ่งที่ต้องระวังคือจำนวนที่ได้ต่อหม้อต้องเป็นจำนวนจริงที่ตักขายได้ ไม่ใช่จำนวนตามทฤษฎีที่ยังไม่หักส่วนที่เหลือก้นหม้อ

ลองกับเมนูของร้านคุณเอง

ใส่ต้นทุนต่อจานกับกำไรที่อยากได้ แล้วดูว่าต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เปิดเครื่องคิดราคาขาย