ตั้งราคาขายยังไงให้เหลือกำไร — markup กับ margin ต่างกันตรงไหน

ไม่เจ๊ง · ปรับปรุงล่าสุด 21 สิงหาคม 2569

แมวเชฟยืนคิดโดยถือเครื่องคิดเลขไว้ในมือ หน้าเคาน์เตอร์มีอาหารจานเดียวกันสองจาน และมีป้ายราคาเปล่าห้อยอยู่เหนือแต่ละจานคนละระดับ

เจ้าของร้านส่วนใหญ่ตั้งราคาด้วยการบวกเปอร์เซ็นต์จากต้นทุน แล้วเข้าใจว่านั่นคือกำไรที่จะได้ — ซึ่งไม่ใช่ บวก 50% จากต้นทุนได้กำไรจริง 33.33% ของราคาขาย ไม่ใช่ 50% บทความนี้อธิบายว่าสองตัวเลขนี้ต่างกันตรงไหน ควรใช้ตัวไหนตอนไหน และวิธีที่ตรงที่สุดคือถามเป็นบาท

เลขเดียวกัน แต่ได้คนละราคา

ทั้งสองคำพูดถึงกำไรก้อนเดียวกัน ต่างกันแค่ เทียบกับอะไร

ต้นทุนต่อจาน 36 บาท (วัตถุดิบ 30 + บรรจุภัณฑ์ 6) ใส่เลข 50 เท่ากันทั้งสองแบบ ได้ราคาต่างกันขนาดนี้:

บวกจากทุน 50% (markup)54.00 ฿

กำไร 18.00 บาท = 33.33% ของราคาขาย

อยากได้มาร์จิ้น 50% (margin)72.00 ฿

กำไร 36.00 บาท = 50% ของราคาขาย

เลข 50 ตัวเดียวกัน แต่ margin 50% ต้องตั้งราคาสูงกว่า markup 50% อยู่ 18 บาท

บวกจากทุน 50% ไม่ได้ แปลว่ากำไร 50% — ได้จริง 33.33% ของราคาขาย

ราคาที่ตั้งไป ไปอยู่ไหนบ้าง

ก่อนจะเถียงกันเรื่องเปอร์เซ็นต์ ให้ดูก่อนว่าเงินที่ลูกค้าจ่ายมาถูกแบ่งเป็นอะไรบ้าง — ที่ราคา 54 บาทหน้าร้าน:

ค่าวัตถุดิบ
30.00 ฿55.56%
ค่ากล่อง ถุง ช้อน
6.00 ฿11.11%
กำไรของร้าน — ก่อนหักค่าเช่าและค่าแรง
18.00 ฿33.33%
ขายหน้าร้านไม่มีใครหักอะไร เงินที่ไม่ใช่ต้นทุนคือกำไรทั้งก้อน — 18.00 บาทต่อจาน

วิธีที่ตรงที่สุด: ถามเป็นบาท

เปอร์เซ็นต์เป็นภาษาที่ดีสำหรับเปรียบเทียบ แต่ตอนตัดสินใจจริงมันอ้อม คำถามที่ตรงกว่าคือ “จานนี้อยากให้เหลือกี่บาท” เพราะสิ่งที่จ่ายค่าเช่าคือบาท และคูณจำนวนจานต่อวันได้ทันทีในหัว

ต้นทุนต่อจาน36.00 ฿
กำไรที่อยากได้30.00 ฿
ราคาที่ต้องตั้ง66.00 ฿
อยากเหลือ 30 บาทต่อจาน ต้องตั้ง 66 บาท — ขายวันละ 40 จานคือ 1,200 บาทต่อวันก่อนหักค่าใช้จ่ายคงที่

ราคาที่คำนวณได้คือ ราคาที่คุ้ม ไม่ใช่ราคาที่ตลาดยอมจ่าย ถ้าสองอย่างนี้ห่างกันมาก ทางออกไม่ใช่ลดราคาลงไปเงียบ ๆ แล้วหวังว่ายอดจะชดเชย แต่คือลดต้นทุน ปรับขนาดเสิร์ฟให้ตรงกับราคา หรือยอมรับว่าเมนูนั้นไม่ควรเป็นเมนูหลัก

แมวเชฟหยอดเหรียญลงโหลแก้วที่มีเหรียญอยู่แล้วก้นโหล ข้าง ๆ มีอาหารเรียงสามจาน และมีเหรียญลอยเป็นเส้นโค้งจากฝั่งจานอาหารมาที่โหล
ถามเป็นบาทต่อจานแล้วคูณจำนวนจาน เห็นภาพเร็วกว่าถามเป็นเปอร์เซ็นต์

ราคาหน้าร้านกับราคาบนแอป ไม่ควรเป็นตัวเดียวกัน

ราคาที่คำนวณข้างบนใช้ได้กับการขายหน้าร้าน ซึ่งไม่มีใครหักอะไรระหว่างทาง พอเอาราคาเดียวกันไปวางบนแอปเดลิเวอรี ค่า GP จะกินหายไปก้อนใหญ่:

ขายหน้าร้าน 54 ฿18.00 ฿ กำไรต่อจาน

ไม่มีใครหักระหว่างทาง

ขายบน GrabFood ราคาเดียวกัน0.67 ฿ กำไรต่อจาน

หลังหักค่า GP 30% และ VAT บนค่า GP

ราคาเท่ากันแต่กำไรไม่เท่ากัน — 54 บาทบน GrabFood เหลือกำไร 0.67 บาท ถ้าอยากได้เท่าหน้าร้านต้องตั้ง 80 บาท

รายละเอียดว่าค่า GP คิดยังไงและทำไมเรตจริงสูงกว่าเรตตามป้าย อยู่ในบท ค่า GP คืออะไร ส่วนตัวเลขของร้านคุณเองคำนวณได้ที่ เครื่องคิดราคาขาย

ภาพแบ่งครึ่ง ฝั่งซ้ายลูกค้าแมวนั่งกินอาหารในร้าน ฝั่งขวาอาหารจานเดียวกันถูกแพ็กใส่กล่องรัดยาง วางอยู่บนมอเตอร์ไซค์ที่มีกระเป๋าเดลิเวอรีจอดอยู่หน้าร้าน
อาหารจานเดียวกัน แต่เส้นทางของเงินคนละเส้น ราคาจึงไม่ควรเป็นตัวเดียวกัน

สรุปสามข้อ

คำถามที่เจอบ่อย

markup กับ margin ต่างกันยังไง
markup คือบวกจาก "ต้นทุน" ส่วน margin คือส่วนที่เหลือเทียบกับ "ราคาขาย" ตัวตั้งคนละตัวกัน เลข 50 เท่ากันจึงได้คนละราคา: ต้นทุน 36 บาท บวก markup 50% ได้ราคา 54 บาท แต่ถ้าอยากได้ margin 50% ต้องตั้ง 72 บาท
บวก 50% แล้วได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์
ได้ 33.33% ของราคาขาย ไม่ใช่ 50% ยิ่งบวกเปอร์เซ็นต์สูงเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้ยิ่งกว้าง และนี่คือสาเหตุที่ร้านจำนวนมากคิดว่าตัวเองได้กำไรมากกว่าความจริง
ควรตั้งราคาแบบไหน ระหว่างคิดเป็นเปอร์เซ็นต์กับคิดเป็นบาท
คิดเป็นบาทใช้ตัดสินใจได้ตรงกว่า เพราะสิ่งที่จ่ายค่าเช่าคือบาท ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ถามตัวเองว่าจานนี้อยากเหลือกี่บาท แล้วคูณจำนวนจานที่ขายได้จริงต่อวัน จะเห็นทันทีว่าพอหรือไม่พอ ตัวอย่างในบทความ อยากเหลือ 30 บาทต่อจาน ต้องตั้ง 66 บาท
ราคาหน้าร้านกับราคาบนแอปเดลิเวอรีควรเท่ากันไหม
ถ้าตั้งเท่ากันคือยอมกำไรน้อยลงมากบนแอป จากตัวอย่าง ราคา 54 บาทที่หน้าร้านเหลือกำไร 18.00 บาท แต่ราคาเดียวกันบนแอปเหลือ 0.67 บาท เพราะโดนหักค่า GP ถ้าอยากได้กำไรเท่าเดิมต้องตั้ง 80 บาทบนแอป ซึ่งแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ยอมให้ทำ แต่ควรเช็กสัญญาของร้านตัวเองก่อน
ตั้งราคาแล้วขายไม่ออกควรทำยังไง
ราคาที่คำนวณได้คือราคาที่คุ้ม ไม่ใช่ราคาที่ตลาดยอมจ่าย ถ้าสองอย่างนี้ห่างกันมาก ทางออกไม่ใช่การลดราคาลงไปขาดทุนเงียบ ๆ แต่คือลดต้นทุนต่อจาน ลดขนาดเสิร์ฟให้ตรงกับราคา หรือยอมรับว่าเมนูนั้นไม่ควรอยู่ในเมนูหลัก

ลองกับเมนูของร้านคุณเอง

ใส่ต้นทุนต่อจานกับกำไรที่อยากได้ แล้วดูว่าต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เปิดเครื่องคิดราคาขาย