ค่า GP คืออะไร แต่ละแอปหักเท่าไหร่ และต้องบวกราคากี่บาทถึงไม่ขาดทุน
ไม่เจ๊ง · ปรับปรุงล่าสุด 20 สิงหาคม 2569

ร้านที่เพิ่งเข้าแอปเดลิเวอรีเจอคำถามเดียวกันเกือบทุกร้าน — ในแอปขึ้นว่าขายได้ 250 บาท แต่เงินที่โอนเข้าบัญชีจริงเหลือ 169.75 บาท ส่วนที่หายไปคือค่า GP กับภาษีที่ผูกมากับมัน บทความนี้อธิบายว่ามันคิดยังไง แต่ละแอปหักเท่าไหร่ และต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ถึงจะเหลือกำไรเท่าที่ตั้งใจไว้
ค่า GP คืออะไร และไม่ใช่อะไร
GP ย่อมาจาก Gross Profit ในภาษาของแพลตฟอร์ม หมายถึงค่าคอมมิชชันที่แอปหักจากยอดขายอาหารของร้าน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ร้านตั้งไว้บนแอป และถูกหักออกก่อนที่เงินจะโอนเข้าบัญชีร้าน ร้านไม่ได้จ่ายเป็นก้อนทีหลัง แต่ได้รับเงินน้อยลงทุกออร์เดอร์
- ไม่ใช่ค่าส่ง — ค่าส่งเป็นเงินระหว่างลูกค้ากับคนขับ ไม่ได้ผ่านร้าน และไม่ได้หักจากร้าน
- ไม่ใช่ค่าสมัคร — การเข้าร่วมแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ไม่มีค่าแรกเข้า รายได้ของแพลตฟอร์มมาจาก GP ต่อออร์เดอร์นี่เอง
- ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันทั้งประเทศ — เรตต่อรองรายร้าน ร้านที่อยู่ในโครงการของรัฐเคยได้ต่ำถึง 7–10%

แต่ละแอปหักเท่าไหร่
ตัวเลขข้างล่างคือเรตอ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะปี 2568–2569 ที่เครื่องคิดราคาของเว็บนี้ใช้เป็นค่าตั้งต้น — ของร้านคุณอาจไม่เท่านี้ และนั่นเป็นเรื่องปกติ
| แพลตฟอร์ม | GP ตามป้าย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| GrabFood | 30% | ช่วง 15–35% แล้วแต่ร้าน |
| GrabFood (รับเอง) | 10% | ลูกค้ามารับที่ร้าน |
| LINE MAN | 30% | ช่วง 25–30% |
| ShopeeFood | 32% | บางร้านโดนถึง 34% |
| Robinhood | 29.85% | GP 28% + ค่าชำระเงิน 1.85% (ก.พ. 2568) |
กับดักที่ทำให้คิดผิดทั้งกระดาน: VAT ที่บวกบนค่า GP
แพลตฟอร์มคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% บนค่า GP อีกชั้นหนึ่ง ร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเอาภาษีก้อนนี้ไปเครดิตเป็นภาษีซื้อได้ แต่ร้านที่ไม่ได้จดทะเบียน — ซึ่งคือร้านส่วนใหญ่ — เครดิตไม่ได้ มันจึงกลายเป็นต้นทุนจริง
ร้านที่ไม่ได้จด VAT: GP ป้าย 30% กินเนื้อจริง 32.1% ของราคาที่ตั้งบนแอป
| แพลตฟอร์ม | GP ตามป้าย | กินเนื้อจริง (ร้านไม่จด VAT) |
|---|---|---|
| GrabFood | 30% | 32.1% |
| GrabFood (รับเอง) | 10% | 10.7% |
| LINE MAN | 30% | 32.1% |
| ShopeeFood | 32% | 34.24% |
| Robinhood | 29.85% | 31.94% |
ตัวอย่างเดียวที่ต้องเห็น: ขาย 250 บาทบน GrabFood
ร้านที่ยังไม่จดทะเบียน VAT ตั้งราคาบนแอปไว้ 250 บาท ที่เรต GP 30% เงินเดินทางแบบนี้:
- เงินที่โอนเข้าร้าน — ยังไม่หักต้นทุน
- 169.75 ฿67.9%
- ค่า GP 30%
- 75.00 ฿30%
- VAT 7% บนค่า GP — ร้านที่ไม่ได้จด VAT เครดิตคืนไม่ได้
- 5.25 ฿2.1%
ตัวเลขนี้ยัง ไม่ได้หักต้นทุนวัตถุดิบและกล่องบรรจุ สักบาท — เป็นแค่เงินที่เข้ามาถึงร้าน กำไรจริงคือตัวเลขนี้ลบต้นทุนต่อจานอีกที ซึ่งเป็นเหตุผลที่เมนูจำนวนมากขายได้ทุกวันแต่ขาดทุนทุกจานโดยเจ้าของไม่รู้ตัว
แล้วต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ บวกเปอร์เซ็นต์เท่าค่า GP เข้าไปตรง ๆ — ขายหน้าร้าน 100 บาท โดน GP 30% ก็ตั้งบนแอปเป็น 130 บาท วิธีนี้ยังขาดทุน เพราะ GP หักจากราคาใหม่ ไม่ใช่ราคาเดิม: 130 บาทโดนหัก 32.1% เหลือเข้าร้านแค่ 88.27 บาท ซึ่งยังน้อยกว่า 100 บาทเดิม
จุดที่อยากได้เท่าเดิม
ยังขาดทุนเทียบกับหน้าร้าน
เท่าหน้าร้านพอดี
ราคาบนแอป = ราคาหน้าร้าน ÷ (1 − อัตราที่กินเนื้อจริง) — หาร ไม่ใช่คูณ
เมนูที่ขายหน้าร้าน 100 บาท ต้องตั้งบนแอปเท่านี้ถึงจะเหลือเงินเข้าร้าน 100 บาทเท่าเดิม:
| แพลตฟอร์ม | ราคาบนแอปที่ให้ผลเท่าหน้าร้าน 100 ฿ |
|---|---|
| GrabFood | 147.28 ฿ |
| GrabFood (รับเอง) | 111.98 ฿ |
| LINE MAN | 147.28 ฿ |
| ShopeeFood | 152.07 ฿ |
| Robinhood | 146.93 ฿ |
ตัวเลขพวกนี้คือจุดเท่าทุนเทียบกับหน้าร้านเฉย ๆ ยังไม่ได้เผื่อกำไรเพิ่ม และยังไม่ได้คิดส่วนลดที่ร้านออกเอง ถ้าอยากได้กำไรเป็นบาทหรือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ระบุเอง เครื่องคิดราคาขาย คำนวณย้อนกลับให้ได้ทันทีจากต้นทุนต่อจานของร้านคุณ
ร้านที่จดทะเบียน VAT คิดคนละแบบ
ร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเอา VAT บนค่า GP ไปเครดิตเป็นภาษีซื้อได้ ค่า GP จึงกินเนื้อเท่ากับเรตป้ายพอดี (30% ไม่ใช่ 32.1%) แต่ต้องนำส่งภาษีขาย 7 ใน 107 ของราคาที่ลูกค้าจ่าย
จากตัวอย่าง 250 บาทเดิม ร้านที่จด VAT ได้เงินโอนเข้า 169.75 บาทเท่ากัน แต่ในนั้นมีภาษีขายที่ต้องนำส่ง 16.36 บาท และได้เครดิตภาษีซื้อคืน 5.25 บาท เหลือเป็นรายได้จริงของร้าน 158.64 บาท
ตัวเลขที่ต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าจด VAT แล้วเสียเปรียบ — ภาษีขายก้อนนั้นเป็นเงินของสรรพากร ที่ปนอยู่ในราคาตั้งแต่แรก ไม่เคยเป็นรายได้ของร้าน สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าเอาราคารวม VAT ไปคิดกำไรเหมือนร้านที่ไม่ได้จด เพราะจะเห็นกำไรสูงกว่าความจริงทุกจาน
ส่วนลดโปรโมชัน ใครเป็นคนออก
ส่วนลดบนแอปมีสองแบบและกระทบกำไรคนละทาง ตอนกดร่วมแคมเปญควรรู้ก่อนว่ากำลังตกลงแบบไหน:
- ร้านออกเอง — ร้านรับส่วนลดเต็มจำนวน และในหลายสัญญาแพลตฟอร์มยังคิด GP จากราคาเต็มก่อนลด แปลว่าโดนสองต่อ
- แพลตฟอร์มออกให้ — ลูกค้าจ่ายน้อยลงแต่ร้านยังได้รับเงินเท่าเดิม ส่วนนี้ไม่กระทบกำไรร้านเลย

เครื่องคิดราคาแยกสองช่องนี้ออกจากกัน และให้เลือกได้ด้วยว่าแพลตฟอร์มคิด GP จากราคาเต็มหรือจากยอดหลังหักส่วนลด เพราะสองแบบนี้ให้กำไรต่างกันชัดเจน
สรุปสามข้อ
- GP คือค่าคอมจากยอดขาย หักก่อนโอน ไม่เกี่ยวกับค่าส่ง
- ร้านที่ไม่ได้จด VAT ต้องคิดที่อัตรา กินเนื้อจริง (เรตป้าย × 1.07) ไม่ใช่เรตป้าย
- ตั้งราคาบนแอปด้วยการ หาร ด้วย (1 − อัตราที่กินเนื้อจริง) ไม่ใช่บวกเปอร์เซ็นต์เข้าไป
คำถามที่เจอบ่อย
- ค่า GP กับค่าส่งเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม
- คนละอย่าง ค่าส่งเป็นเงินที่ลูกค้าจ่ายให้คนขับ ไม่ได้ผ่านร้านและไม่ได้หักจากร้าน ส่วน GP คือค่าคอมมิชชันที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายอาหารของร้านก่อนโอนเงินให้ ร้านจึงไม่ได้อะไรจากค่าส่งและไม่ต้องแบกค่าส่งด้วย
- ทำไมโดน GP 30% แล้วเงินหายไปมากกว่านั้น
- เพราะแพลตฟอร์มคิด VAT 7% บนค่า GP อีกชั้นหนึ่ง ร้านที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT เอาภาษีตัวนั้นไปเครดิตคืนไม่ได้ มันจึงกลายเป็นต้นทุนจริง GP ป้าย 30% จึงกินเนื้อจริง 32.1% ของราคาที่ตั้งบนแอป
- ตั้งราคาบนแอปให้แพงกว่าหน้าร้านได้ไหม
- แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ในไทยยอมให้ตั้งราคาบนแอปสูงกว่าหน้าร้านได้ และร้านจำนวนมากทำแบบนั้นเพื่อชดเชยค่า GP แต่เงื่อนไขต่างกันไปตามสัญญาของแต่ละร้านและเปลี่ยนได้ ควรอ่านสัญญาหรือถามผู้ดูแลร้านของแพลตฟอร์มก่อนเสมอ
- บวกราคาขึ้นไปเท่าค่า GP พอไหม
- ไม่พอ เพราะ GP หักจากราคาใหม่ที่บวกแล้ว ไม่ได้หักจากราคาเดิม ขายหน้าร้าน 100 บาทแล้วตั้งบนแอป 130 บาท จะถูกหัก 32.1% ของ 130 บาท เหลือเข้าร้าน 88.27 บาท ซึ่งยังน้อยกว่า 100 บาทเดิม วิธีที่ถูกคือหารด้วย 1 ลบอัตราที่กินเนื้อจริง ไม่ใช่คูณเพิ่ม
- ร้านจดทะเบียน VAT แล้วเสียเปรียบกว่าไหม
- คนละเรื่องกัน ร้านที่จด VAT เอา VAT บนค่า GP ไปเครดิตภาษีซื้อได้ ค่า GP จึงกินเนื้อเท่ากับเรตป้ายพอดี แต่ต้องนำส่ง VAT ขาย 7 ใน 107 ของราคาที่ลูกค้าจ่าย ซึ่งเป็นเงินของสรรพากรที่ไม่เคยเป็นรายได้ของร้านตั้งแต่แรก ไม่ใช่ค่าปรับ
ลองกับเมนูของร้านคุณเอง
ใส่ต้นทุนต่อจานกับกำไรที่อยากได้ แล้วดูว่าต้องตั้งราคาบนแอปเท่าไหร่ — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
เปิดเครื่องคิดราคาขาย